ลงทะเบียนเรียน ประวัติการสอบ

เกณฑ์การจบหลักสูตรเพื่อรับเกียรติบัตร

1. จะต้องมีผลการสอบวัดผลก่อนเรียน
2. จะต้องมีผลการสอบวัดผลหลังเรียนและต้องผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ 80%
3. จะต้องทำแบบประเมินความพึงพอใจ

หน่วยการเรียน 1

ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ

            ในยุคของสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้  จำเป็นที่จะต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเนื่องจากเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้เกิดการสื่อสารไร้พรหมแดน  ช่วยอำนวยความสะดวก  และช่วยส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น    ในปัจจุบันเราจึงได้พบเห็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในงานต่าง ๆ จำนวนมาก

             เทคโนโลยี  คือ  การประยุกต์เอาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์  เช่น  คอมพิวเตอร์  การสื่อสาร  โทรคมนาคมตลอดจนการศึกษาพัฒนาองค์ความรู้ต่าง ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ในกิจการต่าง ๆ  เช่น ด้านการแพทย์ การศึกษา  การค้า  และอุตสาหกรรม

             สารสนเทศ  คือ  ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์

             ดังนั้น  เทคโนโลยีสารสนเทศ  จึงหมายถึง  เครื่องหมายหรือวิธีการที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวม  ประมวลผลเก็บรักษา  และเผยแพร่ข้อมูลและสารสนเทศ

ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ

                1. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน  สามารถทำให้มนุษย์ทำงานได้รวดเร็ว  ถูกต้อง  และแม่นยำ

มากยิ่งขึ้น

                2. ช่วยด้านการบริการ  มีการใช้ระบบฐานข้อมูลในเครือข่าย  ผู้ที่ต้องการใช้บริการก็จะสามารถ

ใช้ระบบฐานข้อมูลจากสถานที่หรือเวลาใดก็ได้

                3. ช่วยดำเนินการในหน่วยงาน  เป็นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาจัดระบบการทำงาน

                4. ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน  เช่น  การรับข้อความผ่านทางโทรศัพท์เคลื่อนที่

หรือการบันทึกข้อมูลรูปภาพด้วยกล้องดิจิทัล

 

การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

                1. บันทึกและจัดเก็บข้อมูล  เป็นการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบเพื่อใช้ในการประมวลผล  การรวบรวมข้อมูลโดยใช้อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รับข้อมูล  เช่น  แป้นพิมพ์  เครื่องอ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์  เครื่องอ่านบาร์โค้ด

                2. การประมวลผล  ข้อมูลที่รวบรวมจากอุปกรณ์รับข้อมูลและจากสื่อเก็บข้อมูลต่าง ๆ  เช่น  แผ่นดิสเกตต์  แผ่นซีดี  และแผ่นดีวีดี  จะถูกนำมาประมวลผลตามโปรแกรมหรือคำสั่งที่กำหนด

                3. การแสดงผล  เป็นการนำผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลไปแสดงยังอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แสดงผลการแสดงผลลัพธ์อาจอยู่ในรูปของตัวอักษร  ภาพ  เสียง  และสื่อประสมต่าง ๆ

               4. การสื่อสารและเครือข่าย  เป็นการส่งข้อมูลและสารสนเทศที่หนึ่งไปยังอีก ที่หนึ่งเพื่อให้

คอมพิวเตอร์และ อุปกรณ์สื่อสารสามารถทำงานได้หลากหลายมากขึ้น  โดยเฉพาะการใช้อุปกรณ์และ

สารสนเทศร่วมกัน  การเชื่อมต่ออาจผ่านทางสายโทรศัพท์  ทางอากาศ  และสายเคเบิล

 

 

ผลกระทบจากเทคโนโลยีสารสนเทศ

                เทคโนโลยีสารสนเทศจะส่งผลทั้งในด้านบวกและด้านลบต่อผู้ใช้งานโดยตรงและบุคคลรอบข้าง  ดังนี้

ผลกระทบด้านคุณภาพชีวิต

                1. ส่งเสริมการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น  สามารถเลือกศึกษาเรื่องใด  สถานที่ใด  หรือเวลาใดก็ได้

เกิดการเรียนการสอนทางไกล  การเรียนการสอนผ่านเว็บไซต์  หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ

                2. สร้างความเสมอภาคในสังคม  เผยแพร่ข่าวสารไปในทุกแห่งแม้ในถิ่นทุรกันดารต่าง ๆ

                3. ช่วยรักษาสภาพแวดล้อม  สามารถตรวจสอบและวางแผนรักษาสภาพแวดล้อมได้อย่าง ครอบคลุมและทั่วถึง  เพื่อหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาสภาพแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

                4. เพิ่มระบบป้องกันประเทศ  โดยมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กับความมั่นคงของประเทศชาติ  ทำให้เกิดระบบป้องกันภัยและระบบเฝ้าระวังที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

และยังมีระบบการใช้คอมพิวเตอร์ในอาวุธยุทโธปกรณ์อีกด้วย

                5. เพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตทางการค้า  จากการผลิตในระบบอุตสาหกรรมที่นำ เครื่องคอมพิวเตอร์มาควบคุม  ทำให้เกิดผลผลิตหรือสินค้าที่มีคุณภาพโดยใช้เวลาการผลิตที่สั้นลง

                6. ส่งเสริมให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  เกิดการสร้างภาพยนตร์แอนนิเมชัน  มัลติมีเดีย

และสิ่งประดิษฐ์ในรูปแบบต่าง ๆ  มากมาย

                7. ช่วยให้สุขภาพและความเป็นอยู่ดีขึ้น  ด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย  ส่งผลให้การรักษา มีประสิทธิภาพ  และลดปัญหาความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

 

ผลกระทบด้านสังคม

              ความปลอดภัยในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์  (Computer  Security)  คือ วิธีการรักษาความปลอดภัยที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันและตรวจสอบไม่ให้ผู้ที่ไม่มีสิทธิ์เข้าใช้งานและสร้างความเสียหายแก่เครื่องคอมพิวเตอร์

                1. การละเมิดลิขสิทธิ์  ทั้งการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์  และการละเมิดลิขสิทธิ์ส่วนบุคคล

โดยการนำข้อมูลของผู้อื่นไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

                2. การเข้าถึงและการใช้ข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต  โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อ

ระบบเครือข่าย  ซึ่งผู้ไม่หวังดีอาจปล่อยไวรัสคอมพิวเตอร์เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ข้อมูลและเครื่อง

คอมพิวเตอร์ของผู้อื่นได้

                3. การหลอกลวงผู้ใช้คอมพิวเตอร์  เนื่องจากใครก็สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไหนและ

เมื่อไหร่ก็ได้  ดังนั้นข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์จึงไม่น่าเชื่อถือเท่ากับแหล่งการเรียนรู้อื่น  และด้วยเหตุนี้จึงเป็นช่องทางในการหลอกลวงผู้ใช้คนอื่น ๆ

                4. การทำให้ความสัมพันธ์ของมนุษย์เสื่อมถอย  การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศโดยเฉพาะ เครื่องคอมพิวเตอร์  ถึงแม้จะมีการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย  แต่ผู้ใช้ก็ไม่ได้พบเห็นหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น

โดยตรง  ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมักขาดมนุษยสัมพันธ์ที่ดี  และเข้ากับผู้อื่นได้ยาก

                5. การเผยแพร่วัฒนธรรมที่ไม่เหมาะสม  เนื่องจากข้อมูลสารสนเทศไม่สามารถระบุเพศหรือวัยของผู้ใช้ได้  ข้อมูลจึงมีความหลากหลาย  ดังนั้นผู้รับข้อมูลอาจได้รับข้อมูลที่ไม่เหมาะสมต่อเพศและวัยของตนเองส่งผลให้เกิดความเชื่อที่ผิด  และอาจก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมได้

 

ผลกระทบด้านการเรียนการสอน

            เทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาใช้กับการศึกษา  ได้แก่  การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน  ระบบการสื่อสารทางไกลหรือโทรศึกษา  การเรียนการสอนผ่านเว็บเพจ  และสื่อการเรียนการสอนอิเล็กทรอนิกส์  ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อผู้เรียนทางด้านบวกและด้านลบดังนี้

                1. ผลกระทบทางด้านบวก

                - ผู้เรียนสามารถเรียนได้ทุกสถานที่  ทุกเวลา

                - ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในหัวข้อหรือเนื้อหาที่สนใจได้โดยไม่ต้องเรียงลำดับ

                - สื่อมีความน่าสนใจ  ส่งผลให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น

                - สื่อมีรูปแบบการนำเสนอแบบโต้ตอบกับผู้เรียน  เช่น  การทำแบบฝึกหัดแล้วสามารถเฉลยข้อสอบ ให้กับผู้เรียนได้ทันที

                - สื่อสามารถเชื่อมโยงไปยังแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่นำเสนอได้

                - ผู้เรียนสามารถติดต่อ  สอบถาม  และแสดงความคิดเห็นกับผู้สอนและผู้เรียนคนอื่น ๆ ได้ด้วย การสนทนาออนไลน์  กระดานแลกเปลี่ยน  หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

                2. ผลกระทบทางด้านลบ

                - ผู้เรียนและผู้สอนจะต้องมีความพร้อมด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนการสอน

                - ผู้เรียนและผู้สอนจะต้องมีความรู้ด้านการใช้เทคโนโลยี

                - เครื่องมือและอุปกรณ์จะต้องมีความทันสมัยเพื่อให้สามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลายได้  และควรเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

                - ผู้เรียนและผู้สอนขาดปฏิสัมพันธ์กันโดยตรง

ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์

                1. ด้านการศึกษา

                - ช่วยนำเสนอข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ

                - ช่วยรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ไว้ในแหล่งข้อมูลเดียวกัน

                - ช่วยให้ผู้เรียนสามารถศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเอง

                - ช่วยแลกเปลี่ยนและนำเสนอแนวความคิดของผู้เรียนและผู้อื่น

                2. ด้านการสื่อสาร

                - ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสาร

                - เป็นสื่อกลางในรับและส่งข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง

                - ช่วยกระจายข้อมูลจากแหล่งข้อมูลหนึ่งไปยังผู้ใช้ทุกคน

                3. ด้านการบริหารประเทศ

                - เป็นช่องทางการรับรู้ข้อมูลจากประชาชน

                - เป็นช่องทางการนำเสนอข้อมูลไปสู่ประชาชน

                - ส่งเสริมการแสดงออกซึ่งประชาธิปไตย

                - เพิ่มทัศนคติที่เกี่ยวกับการบริหารประเทศด้านบวกให้แก่ประชาชน

                4. ด้านสังคมศาสตร์

                - ช่วยเก็บข้อมูลสถิติด้านสังคมศาสตร์

                - ช่วยคำนวณแนวโน้มปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

                - ช่วยนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของกราฟ  แผนภูมิ  หรือภาพ 3 มิติ  ทำให้สามารถเปรียบเทียบข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น

                5. ด้านวิศวกรรม

                - ช่วยออกแบบและคำนวณโครงสร้างบ้านและอาคาร

                - สร้างโมเดลจำลองก่อนการสร้างโมเดลจริง

                - ควบคุมการทำงานด้านก่อสร้างที่มีความละเอียดอ่อน

                - ช่วยประมวลผลและประเมินสถานการณ์ที่อาจเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต

                6. ด้านวิทยาศาสตร์

                - ช่วยเก็บและประมวลผลข้อมูลในงานวิจัยและการทดลองต่าง ๆ

                - เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของอุปกรณ์นั้น

                - ช่วยทำงานวิจัยหรืองานทดลองที่มีความละเอียดและมีขนาดที่เล็ก ๆ ได้

                - สร้างแบบจำลองงานทดลองเพื่อลดความผิดพลาดจากการทดลองกับของจริง

                7. ด้านการแพทย์

                - ลดความผิดพลาดและเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยและรักษาโรค

                - เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพ

                - ช่วยลดเวลาในการักษาโรค

                8. ด้านอุตสาหกรรม

                - ช่วยควบคุมการผลิตชิ้นงานให้ได้ปริมาณและคุณภาพตามต้องการ

                - ช่วยทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัยหรืองานที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้

                - ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

                - ช่วยคำนวณปริมาณวัตถุดิบ  สินค้า  และกำไร

                9. ด้านธุรกิจ

                - เป็นช่องทางในการนำเสนอสินค้า

                - ช่วยตรวจสอบและสั่งซื้อสินค้าต่าง ๆ

                - ขยายโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ที่มีเงินทุนต่ำ

                - ช่วยคำนวณตัวเลขทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำ

                - เพิ่มความสะดวกในการซื้อและขายสินค้าจากทั่วโลก

                10. ด้านธนาคาร

                - ลดขั้นตอนในการดำเนินงาน

                - ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการธนาคาร  ทำให้สามารถจัดการด้านการเงินได้ทุกที่ตลอดเวลา

                - ช่วยเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ในส่วนกลาง  ทำให้สามารถตรวจสอบข้อมูลของลูกค้าได้จากทุกธนาคาร

                11. ด้านสำนักงาน

                - ใช้สร้างงานนำเสนอในรูปแบบที่น่าสนใจ

                - ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการพิมพ์เอกสาร

                - ช่วยเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของผู้บริหาร

           ไมโครซอฟต์  ออฟฟิศ  (Microsoft  Office) คือ  ชุดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการจัดการงานในสำนักงานทั่วไป  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสำนักงานให้เป็นระบบสำนักงานอัตโนมัติ  (Office  Automation)

ดู 129 ครั้ง ลงทะเบียน 460 คน